ริมฝีปากคล้ำ

ความหมองคล้ำของผิวหนังเกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของผิวมีสีเข้มกว่าบริเวณอื่นโดยรอบ ความหมองคล้ำนี้เกิดขึ้นจากเม็ดสีผิวหรือเมลานิน เมลานินเป็นเม็ดสีที่ผลิตโดยเซลล์ชื่อเมลาโนไซต์ เมลานินเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดสีผิว เมื่อผิวหนังผลิตเมลานินมากขึ้นก็จะทำให้เกิดรอยคล้ำขึ้น

เพราะสาเหตุใดริมฝีปากจึงมีสีที่แตกต่างจากผิวหนังทั่วไป

ปกติแล้วผิวหนังประกอบด้วยเซลล์หลายชั้น แต่ริมฝีปากมีเซลล์เพียง 3 ถึง 5 ชั้นเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าผิวหนังบริเวณริมฝีปากนั้นบางกว่า และริมฝีปากยังได้รับเลือดจากเส้นเลือดฝอย ด้วยเหตุนี้ ริมฝีปากจึงแสดงสีของเส้นเลือดฝอยที่อยู่ข้างใต้เป็นสีแดงเข้มหรือสีชมพูออกมา


สาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากมีความคล้ำแตกต่างกัน

1. เชื้อชาติ:

ริมฝีปากมีสีและโทนหลากหลาย บางคนมีริมฝีปากโทนสีชมพู ในขณะที่บางคนมีริมฝีปากโทนสีม่วงหรือสีมะกอก (สีโทนน้ำตาล) ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและเชื้อชาติ ผู้มีผิวสีอ่อนมักมีริมฝีปากสีชมพูกุหลาบ ในขณะที่ผู้ที่มีผิวสีเข้มจะมีริมฝีปากโทนสีม่วง แต่นี่ก็ไม่ใช่กฎที่ตายตัว

2. การสูบบุหรี่:

บุหรี่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองไปจนถึงโรคมะเร็ง การสูบบุหรี่ยังส่งผลต่อสีปากด้วย ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะมีริมฝีปากคล้ำ โดยนิโคตินคือตัวการในเรื่องนี้

3. การเคี้ยวหมาก:

หมาก ใบพลูและมะนาวนำมาเคี้ยวเป็นของทานเล่น และยังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นและช่วยในการย่อยอาหารอีกด้วย หมากประกอบไปด้วยใบพลูและผลหมาก การเคี้ยวหมากเป็นเวลานานสามารถทำให้ริมฝีปากคล้ำได้

4. กาแฟ ชา และของเหลวอื่น ๆ ที่มีความสามารถในการย้อมสี:

สีของเครื่องดื่มและของเหลวเหล่านี้ที่ติดอยู่บนถ้วยหรือแก้วยังสามารถติดอยู่บนริมฝีปากและฟันได้อีกด้วย การลดการบริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้ช่วยลดความคล้ำของริมฝีปากได้

5. การสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน:

การได้รับรังสียูวีที่เพิ่มขึ้นทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไป การสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานานจึงทำให้ริมฝีปากคล้ำได้

6. ฮีโมโครมาโตซิส (ภาวะเหล็กเกิน):

ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายจำนวนมากสามารถทำให้ริมฝีปากคล้ำได้

7. ยาที่สร้างเมลานิน:

  • ผู้รับประทานยาแก้ปวดจำนวนมากโดยเฉพาะ NSAIDS (ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) เนื่องจากอาการบาดเจ็บสาหัส เช่น กระดูกหักหลายชิ้นหลังจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือมีอาการเรื้อรัง เช่น โรคไขข้ออักเสบ สามารถทำให้ริมฝีปากคล้ำได้
  • ยาต้านจุลชีพ เช่น ซัลโฟนาไมด์ ไซโคลฟอสฟาไมด์ ด็อกโซรูบิซิน ซึ่งนำมาใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งระหว่างการรักษา ยาชนิดนี้ส่งผลให้ริมฝีปากคล้ำได้
  • หากคุณเคยมีความวิตกกังวล คุณต้องเคยได้ยินชื่อของยาเอสซิตาโลแพรมและบาร์บิเชอริต ยาเหล่านี้ช่วยผ่อนคลายระบบประสาท แต่ส่งผลให้ริมฝีปากคล้ำ
  • เลโวโดปา (Levodopa) ก็เป็นสาเหตุทำให้ริมฝีปากคล้ำเช่นกัน เลโวโดปาเป็นยาที่ถูกใช้ในการรักษาโรคพาร์กินสัน
  • ยาต้านเชื้อรา เช่น คีโตโคนาโซล ก็ทำให้ริมฝีปากคล้ำได้
  • ทางด้านผู้ป่วยโรคเกาต์จะต้องรับประทานยาโคลชิซิน ซึ่งต้องควรระวังเพราะจะทำให้ริมฝีปากคล้ำขึ้นได้

8. การแสดงอาการของโรคต่าง ๆ:

บางคนมีริมฝีปากคล้ำเนื่องจากโรคบางอย่าง เช่น

  • รอยดำหลังการอักเสบ
  • โรคไลเคนพลานัส (Lichen planus)
  • โรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • กระหรือขี้แมลงวัน
  • ไฝ
  • กลุ่มอาการพอยซ์เจเกอร์ (Peutz–Jeghers)
  • Bandler syndrome
  • กลุ่มอาการเสือดาว
  • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม
  • โรคแอดดิสัน
  • กลุ่มอาการคุชชิง
  • กลุ่มอาการเนลสัน
  • โรคอะโครเมกาลี
  • ไทรอยด์เป็นพิษ
  • พิษจากโลหะหนัก

9. โรคมะเร็ง:

เนื้องอกที่ไม่อันตรายและมะเร็งที่อันตรายต่าง ๆ สามารถทำให้ริมฝีปากคล้ำได้ ซึ่งรวมถึง:

  • โรคมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา
  • มะเร็งผิวหนังชนิด Malignant melanoma
  • เนื้องอกของหลอดเลือดประเภท Cavernous hemangioma
  • รอยโรคของปัญหาเม็ดสีที่ไม่ร้ายแรง
  • รอยโรคของปัญหาเม็ดสีที่ร้ายแรง


การป้องกันไม่ให้ริมฝีปากดำคล้ำ

  • เลิกสูบบุหรี่
  • จำกัดการสัมผัสกับแสงแดด
  • ทาครีมกันแดดเสมอ เลือกใช้ลิปบาล์มและลิปอีกหลายประเภทที่ผสมสารกันแดด
  • หมวกปีกกว้างเป็นไอเท็มการแต่งกายที่ช่วยปกป้องใบหน้าและริมฝีปากของคุณจากรังสียูวีที่รุนแรงได้
  • ฮีโมโครมาโตซิส (ภาวะเหล็กเกินในเลือด)
  • โรคมะเร็ง

การรักษาริมฝีปากคล้ำ

  • ริมฝีปากคล้ำสามารถรักษาได้โดยการเริ่มรักษาจากต้นตอ
  • ตัวอย่างเช่น หากมีข้อสรุปว่าริมฝีปากเปลี่ยนสีเนื่องจากยาบางชนิด แพทย์ของคุณสามารถเปลี่ยนยาให้ได้
  • การรักษาด้วยเลเซอร์
  • การบำบัดด้วยความเย็นจัด
  • การผ่าตัด
  • การรักษาโดยคลื่นแสง (IPL)
  • การบำบัดโดยใช้แสงกระตุ้น (โฟโตไดนามิก)
  • ครีมฟอกสีผิว