ภาวะความหมองคล้ำที่เกิดบนร่างกาย

ความหมองคล้ำของผิวหนังเกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของผิวมีสีเข้มกว่าบริเวณอื่นโดยรอบ รอยคล้ำนี้เกิดขึ้นจากเม็ดสีผิวหรือเมลานิน เมลานินเป็นเม็ดสีที่ผลิตโดยเซลล์ชื่อเมลาโนไซต์ เมลานินเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดสีผิว เมื่อผิวหนังผลิตเมลานินมากขึ้นก็จะทำให้เกิดรอยคล้ำขึ้น

บริเวณที่เห็นความหมองคล้ำมากที่สุด

ความหมองคล้ำส่วนใหญ่พบเห็นได้ในบริเวณที่มีการเปิดเผย เช่น ผิวหน้า อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในร่มผ้าและพื้นที่ที่มีการเสียดสีมากก็สามารถเกิดความหมองคล้ำขึ้นได้เช่นกัน โดยรวมถึง คอ, ข้อศอก, หัวเข่า และรักแร้


สาเหตุของการเกิดความหมองคล้ำต่างๆบนร่างกาย

ความหมองคล้ำที่พบในร่มผ้าส่วนใหญ่เกิดจากสภาพผิวที่เรียกว่า อะแคนโทสิสนิกริแคน (Acanthosis Nigricans หรือ AN) เป็นภาวะที่ผิวหนังเกิดรอยที่มีความคล้ำมากกว่าผิวหนังปกติ สาเหตุอื่นของการเกิดรอยดำหรือความหมองคล้ำบนผิวได้แก่:

1. การสะสมของผิวหนังที่ตายแล้ว:

ผิวหนังต้องมีการผลัดเซลล์ผิวเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเผยผิวที่อ่อนนุ่ม

2. การสัมผัสรังสี UV:

รังสีอัลตราไวโอเลตอาจทำร้ายผิวหนังได้หากได้รับในปริมาณมากเกินไป ครีมกันแดดที่ดีที่มีค่า SPF เพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญ

3. ยาคุมกำเนิด:

ยาคุมกำเนิดเหล่านี้เป็นฮอร์โมนที่ป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ แต่ความไม่สมดุลของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อร่างกายได้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเกิดรอยดำหรือความหมองคล้ำ


4. การตั้งครรภ์:

ร่างกายทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อรองรับการเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน การทำงานนั้นรวมถึงการหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดรอยดำตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งรอยดำจะคงอยู่ตลอดไปหากไม่ดำเนินการแก้ไข

5. โรคเบาหวาน:

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเกิดรอยปื้นสีดำและอะแคนโทสิสนิกริแคน หากแต่ความสัมพันธ์ของโรคกับอาการนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แม้แต่ในกลุ่มของวัยรุ่นที่มีความหมองคล้ำบริเวณรักแร้และข้อต่อมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานในอนาคต

6. โรคอ้วน:

ความอ้วนทำให้ผิวหนังขยายตัวออกและเกิดการเสียดสีกันมากขึ้นเพราะมีขนาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบ พื้นที่ที่มีการเสียดสีกันอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มที่จะเกิดความหมองคล้ำมากขึ้น


7. กระและจุดด่างดำ:

กระและจุดด่างดำเหล่านี้ปรากฏขึ้นตามวัย ส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดในช่วงวัยรุ่นหรือช่วงเข้าสู่วัยชรา ผู้หญิงส่วนใหญ่มักมีกระและจุดด่างดำหลังจากวัยหมดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม ตามกฎทั่วไปแล้ว ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงหลังจากอายุ 25 ปีขึ้นไป

8. เชื้อชาติ (ชาติพันธุ์):

รอยดำมีแนวโน้มที่จะเห็นได้ชัดในผู้ที่มีผิวสีเข้ม ชาวแอฟริกันและลาตินที่มีผิวสีเข้มจึงมีโอกาสที่จะเกิดรอยดำและความหมองคล้ำได้มากกว่า


9. การติดเชื้อรา:

การติดเชื้อราพบได้บ่อยในบริเวณที่มีการเสียดสีหรือบริเวณที่มีเหงื่อมาก เช่น บริเวณซอกรักแร้ ใต้ทรวงอก ข้อพับขา เป็นต้น ผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณร่องของผิวหนังที่ซึ่งการติดเชื้อแคนดิดาอาจนำไปสู่การเกิดรอยดำของผิวหนังบริเวณนี้ นอกจากนั้น อาการคันและกลิ่นเหม็นสามารถก่อให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรงแก่ผู้ป่วยได้

10. สภาพผิวเฉพาะ:

ผู้ป่วยที่มีโรคผิวหนังมาก่อน เช่นโรคสะเก็ดเงินหรือผิวหนังอักเสบมีแนวโน้มที่จะเกิดรอยดำได้

11. รอยดำจากสิว:

รอยดำจากสิวหรือรอยแผลที่เคยเกิดขึ้นส่งผลให้เกิดรอยดำบนผิวหนังได้ และค่อนข้างยากต่อการรักษา